Saturday, March 12, 2005

ThaiDonation Kick-Off Meeting

หลังจากเตรียมการอยู่พักใหญ่ ทีมกิจกรรมของนักศึกษาทั่วประเทศและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เดินทางมาหารือกันเรื่องความร่วมมือในการสร้างสรรค์สังคม

หัวหน้ากิจกรรมนักศึกษาทั่วประเทศมีแนวความคิดคล้ายๆ กับ ThaiDonation อยู่แล้ว ก็คุยกันง่ายไปในแนวทางเดียวกัน ต้องการเห็นการทำความดีได้รับการยอมรับและการสนับสนุนเพื่อเพิ่มผลกระทบลงไปสู่กลุ่มคนจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมดีๆ มามาก เพื่อเด็ก ศาสนา และสังคมในภาพรวม

การร่วมมือกับองค์กรธุรกิจเพื่อให้เกิดแรงสนับสนุนจากหลายฝ่ายจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทีมงานจึงได้ตกลงที่จะเริ่มต้นจากการมี Website สื่อกลางให้สามารถนำข้อมูลกิจกรรมดีๆ ต่างๆ มานำเสนอและสามารถชักจูงผู้สนับสนุนเข้ามาให้มาสนับสนุนได้ โดยแบ่งหน้าที่ออกเป็นสองส่วนคือ

1. การพัฒนาเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานได้ดี มีคุณสมบัติที่ต้องการครบถ้วนเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริษัท
2. การนำข้อมูลกิจกรรมดีๆ และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนเว็บไซต์เป็นหน้าที่ของฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา

Saturday, March 05, 2005

ThaiDonation Project Objective

เป้าหมายของ thaidonation project
1. เราต้องการสร้างชุมชนที่มีคนเข้ามาพูดคุย และเปลี่ยนเรื่องดีๆ กัน(ย้ำเฉพาะเรื่องดีๆ ที่มีประโยชน์กับคนอื่น) ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เป็นอะไรดีๆ เช่นร้านอาหารดีๆ หนังดีๆ นั่นคือเราจะได้ website ดีๆ มา 1 อัน web นี้อาจไม่ต้องชื่อ thaidonation ก็ได้ ลองคิดดู
2. สร้างกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมของทั้ง 3 ฝ่าย คือกลุ่มคนทำกิจกรรม กลุ่มผู้สนับสนุน และทีมงาน โดยให้มีการเสริมสร้างผลซึ่งกันและกัน เช่นผู้สนับสนุนสามารถสนับสนุนทั้งเงินทุนและความคิดให้กับกิจกรรมต่างๆ ได้ รวมทั้งทีมงานก็สามารถคัดเลือก หรือส่งเสริมผลกระทบของกิจกรรมที่ดีมากๆ ได้ คนทำกิจกรรมก็สามารถสร้างแนวร่วมเพื่อขยายผลต่อไปได้ จากการสนับสนุนดังกล่าว
3. สร้าง Brand Image เพื่อให้เกิดการยอมรับอย่างกว้างขวางจากสังคม ทำให้ทั้ง 3 ฝ่ายมีกำลังใจในบทบาทของตนเองและขยายจำนวนออกไปทั้ง 3 อย่างนี้แทบจะต้องทำไปพร้อมๆ กัน แต่คงต้องเริ่มจากเรามี website community ซะก่อน

ok เพื่อจะให้บรรลุวัตถุประสงค์
1. นัดประชุมคณะทำงาน และ clear concept และแนวทาง พร้อมความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน
2. วางแผนกิจกรรมในการทำพร้อมงบประมาณที่ต้องการเพื่อสร้าง web community ขึ้นมาก่อน และสร้างกลุ่มสมาชิก รวมทั้งรวบรวมกิจกรรมดีๆ และสิ่งบันเทิงต่างๆ ที่เป็นสีสรรค์ของตัว web
3. ทำการตลาดและหากลุ่มผู้สนับสนุนเพิ่มเติม

* 2 กิจกรรมแรกเป็นสิ่งที่ควรต้องรีบทำเลย ภายในสัปดาห์หน้า ช่วงปลายๆ สัปดาห์ เพื่อให้ผลการประชุมนำไปสู่พลังในการสร้างชุมชนบน web ขึ้น

Wednesday, March 02, 2005

Thaidonation.com speaks

สรุปที่มาและ business model ของ thaidonation.com จากการพูดคุยกับโจ้ วันที่ 24 กพ. 05 8:30p
(เนื้อความเต็มดูได้ใน Thaidonation.com story ตรง comment)
ที่มา: เพราะกระแสวัฒนธรรมตะวันตกมีผลกระทบรุนแรงไม่มีทางไปหยุดยั้งเรื่องของการเห็นแก่ตัวได้ ต้องต้องฉลาดกว่าคือใช้เทคโนโลยีในการขยายขอบเขต หรือความรู้สึกดีๆ ให้ออกไป ยกตัวอย่างเช่น เจออะไรที่มันไม่ค่อยดีขึ้นในตอนเช้า คราวนี้ได้ผลกระทบอะไรซักอย่างนึงถ้าเราเป็นคนที่อยู่เหนือมัน เหนือความรู้สึกที่ไม่ดีตรงนั้น เช่น มีคนนึงเกลียดเรามาก เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แล้วถ้าเราอยู่เหนือมันเราจะรู้สึกว่าควบคุมมันได้ แต่ไม่ทุกครั้งที่เป็นอย่างงั้น ใจนึงก็อยากจะวิ่งไปชกในขณะที่อีกใจก้อค้านว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กว่าเราจะสลายพลังของความชั่วร้ายหรือความโกรธแค้นได้ บางทีทำไม่ได้ บางทีต้องให้ลืมไปเอง ดังนั้นที่พูดถึงทฤษฎีโดมิโนที่พูดถึงความชั่วร้ายหรือความรู้สึกที่ไม่ดีไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราคนเดียว คนที่เราติดต่อด้วยก็จะได้รับผลกระทบนั้นๆด้วย

Way to go: สิ่งที่อยากทำก็คือว่า สร้างพื้นฐานทางความคิด ให้สามารถรองรับเรื่องพวกนี้ได้ก่อน สร้างรากฐานของสังคมตรงนี้ใหม่ ให้คนเค้าเข้าใจทฤษฏีก่อนที่จะ apply เอาไปใช้กับตัวเอง ให้เค้าเข้าใจก่อนว่า โลกของเราประกอบไปด้วยหยินกับหยาง มีความดีและความชั่วอยู่ คุณจะ handle มันยังไง คราวนี้ถ้าเกิดมานั่งทำแบบนี้ทีละคนๆ ก็ไม่รู้จะ work ไหม เพราะวันนี้ที่พูดไปอาจจะเข้าใจได้ดี วันนึงคุณอาจจะโดนกระแสความชั่วร้ายของสังคม กลายเป็นคนเลวของสังคมก็ได้ คุณสามารถเป็น Anakin Skywalker ได้เลย ดังนั้นหลักการณ์ตอนนี้ก็คือ ทำไงให้เราก็เป็นโดมิโนเหมือนกัน ทำยังไงให้คนที่อยู่รอบๆตัวเราสามารถกระจายพลังนี้ต่อไปอีกได้

Business Model: เป็น Model ธุรกิจของความดี เงินคือพื้นฐานของสังคม เพราะเราจะขอความร่วมมือจากใคร เราจะขยายผล หรือจะทำทฤษฏีโดมิโนก้อต้องใช้เงินต่อเงิน คุณต้องสร้างผลประโยชน์ให้ใครบางคนเพื่อให้คนบางคนสร้างผลประโยชน์ต่อให้คุณ ดังนั้นเราหาสินค้าอะไรซักอย่างที่ขายได้ ได้เงินเยอะดีกว่า วิธีการก็ง่ายมาก ง่ายอย่างคิดไม่ถึง ของทั่วๆไป ขายไปราคาถูก ของที่ตองสนองความต้องการทั่วไปหรือ หรือปัจจัย 4 ถูกสุดของที่ตอบสนองพวกความงาม พวกสินค้าเกี่ยวกับการเข้าสังคมจะแพงขึ้นมาหน่อย และของที่ตอบสนองด้านพลังอำนาจ ราคาจะรุนแรงขึ้นไปอีก แต่จะมีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งแพงมากแม้แต่เงินก็จะซื้อไม่ได้นั่นก็คือ ความรัก แต่นั่นยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย คำตอบสุดท้ายก็คือ self esteem ที่จะบอกว่าคุณบรรลุถึงจุดที่คุณรู้สึกไม่ต้องการอะไรแล้ว ลงมาจากนั้นนิดนึงคือเรื่องของความรัก

Case Study: สมมุติว่าคุณเป็นไฮโซคนนึง มีทุกสิ่งครบแล้ว ลูกสาวกำลังจะแต่งงาน มีเงินมากมาย ตอนนี้คุณกำลังมองหาอะไรซักอย่างที่ long-run in life ที่ให้ความสนุกกับมันได้เรื่อยๆ เพราะอายุของคุณก็มากในระดับนึงแล้ว คงไม่มีความสุขกับการไปตีเทนนิส แต่กำลังรู้สึกว่าชีวิตกำลังอยากมีความหมายอะไรบางอย่าง ก็อยากที่จะให้สังคม คนอื่น หรือแม้แต่ตัวเอง ได้ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป และนี่คือคำตอบหรือที่มาของกลุ่มที่เราตั้งชื่อว่า Thaidonation.com

Case จาก Tsunami: ผู้ประสบภัยในตอนนั้น ที่น่าสงสารที่สุดไม่ใช่คนตาย แต่เป็นคนที่ยังอยู่ แล้วก็เป็นคนที่ Weak มากๆอย่างเช่น สูญเสีย สามี-ภรรยา หรือทั้งพ่อทั้งแม่ และทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องอยู่กับญาติหรือใครที่ไม่รู้จัก ซึ่งคุณลองนึกดูนะครับว่าวันนั้นอายุเค้าแค่ 6 – 7 ขวบ จะต้องมีอายุเท่าไหร่กับความทรมานนั้นๆ มันไม่ใช่แค่เงิน 120 ล้าน หรือเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะมาบริจาคให้ แต่มันไม่ใช่มันเป็น Foundation มันเป็น Competitiveness หรือความสามารถในการแข่งขันที่จะต้องสร้างให้เด็กคนนี้มีความได้เปรียบกว่าเด็กคนอื่น

Create a community: อยากเน้นคนอายุ 30 – 40 มากกว่า ที่เป็นระดับ Middle Level Management ขึ้นไป และเค้าก็สามารถที่จะไปสร้าง connection ต่อให้เราได้ด้วย และเราก็สามารถดึงให้เค้าเข้ามาแจมใน community ของเราได้ที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย ที่เป็นคนที่สนับสนุนสังคมได้ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมที่อยากจะเห็นก็คือกิจกรรมในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการสร้างพื้นฐานของความดีขึ้นมา ไม่ใช่เอาเงิน เอาข้าวสาร หรือเอาเสื้อผ้าไปแจก มันสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เค้าหรือเปล่า พี่อยากได้คนแบบนี้ พี่อยากได้คนแบบน้อง pop อารียา ที่บอกว่า อยู่ดีๆ ไม่มีอะไรทำ ก็พาเด็กดอยไปเที่ยวทะเล แล้วก้อทำเป็นหนังสือได้เป็นเรื่องเป็นราว บางคนก็ชอบที่ความคิดแบบนี้มันแปลกดีนะ อย่างน้อยตรงนั้นเป็นพื้นฐานของการสร้างความคิดดีๆว่า คนที่ดี หรือเด็กที่ดี ก็ได้รับการส่งเสริม หรือว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะนะ หรืออะไรซักอย่าง ที่สร้างพื้นฐานแบบนี้ออกมาแล้วมันต่อยอดได้แล้วว่า ในอนาคตเนี่ย คนทั่วๆไปเมื่อเข้ามาเห็นกิจกรรมดีๆแบบนี้ที่แตกต่างอยู่บนเวบ ก็อยากจะเข้ามาสนับสนุน และถ้าคนที่ทำความดีในลักษณะที่แตกต่างแบบนี้ไม่ได้ทำแค่กลุ่มเดียว ไม่ได้ทำเป็นกลุ่มเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ค่อยมี Impact พอได้รับการสนับสนุนเนี่ยความดีนี่มันก็แปลก มันสามารถ copy ตัวมันเองออกไปได้กระจาย คนก็อยากจะทำแบบนี้ ถ้าได้ดีก็อยากจะทำแบบนั้น ถ้าได้ดีก็อยากจะต่อยอดขึ้นไปอีก ทำให้มันดีขึ้น อย่างตอนนี้ความคิดของพี่เข้าไปอยู่ในหัวคุณแล้ว เป็นการ Transfer Knowledge อย่างรวดเร็วและใช้เวลาน้อยมาก

Conclusion of Thaidonation.com: ถ้าคุณรู้ข้อมูลที่แท้จริง ก็สามารถที่จะเลือกเข้าไปลงทุนกับบริษัทที่ฉลาดกว่าได้ ย้อนกลับมา Business Model ของ thaidonation.com พิเศษที่เปิดเผยข้อมูล ทำไม? เราต้องการให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนกับสิ่งที่ถูกเปิดเผย ยอมรับโดยสังคมแล้วว่ามันดี เค้าไม่ต้องคิดเองเลยนะ จะมีคน จะมีนักวิจารณ์ จากคนที่เป็นสมาชิกเข้ามาคอยบอกว่า แนวความคิดหรือ กิจกรรมแบบนี้ ดีเพราะอะไรยังไง หรือควรจะทำให้มันดีขึ้นได้อย่างไร นักลงทุนสามารถเข้ามาเลือกลงทุนในแต่ละตัวได้ว่า อยากลงทุนในกิจกรรมแบบใด ระยะเวลาลงทุน หรือเวลาเข้าไป invest แม้แต่คนที่เข้าไป comment หรือให้ idea เพิ่มเติม ทุกอย่างเก็บเป็น Profile ของเค้าทั้งหมด แต่ต้องให้ credit เค้านะ แล้วคนพวกนี้จะทำอะไรอีกอ่ะ ทั้งวันก็จะเข้ามาดู website ของเรา เข้ามา jam เข้ามา entertain สนุกกับการให้ความช่วยเหลือ หรือ สนุกกับกิจกรรมที่จะช่วยสังคมต่อไป แล้วมันสร้าง Long Run Energy ที่จะ Support ทำให้เกิดความต่อเนื่องขึ้นไปได้ อันนี้ลดช่องว่าง กำจัดจุดอ่อนของแบบเมื่อกี้ไปแล้ว เพราะนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนไม่มีความเสี่ยง เข้ามาลงทุนบนพื้นฐานของสิ่งที่ prove แล้ว สิ่งที่รู้ข้อมูลแน่ๆ ลงทุนไป 100 ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างน้อย 100 แน่นอน เพราะเค้ารู้แล้วว่าเค้าลงทุนแล้วเค้าจะได้อะไร โดยเราจะเน้นการลงทุนเป็นเงิน เงินทุกบาททุกสตางส์ที่ไหลเข้ามาในระบบของเราจะถูกบันทึกไว้ จะถูกทำ Financial Management อย่างดี ทุกคนจะเห็นว่าเงินไปอยู่ที่ไหนยังไงบ้าง staff ที่ทำหน้าที่บริหารโครงการ เอาเงินไปอะไร ตรงไหนบ้าง เด็กคนนั้นได้ไปกี่บาท สร้างพื้นฐานความดี สร้างความสามารถในการแข่งขัน ทำอะไรให้เค้าได้แค่ไหน มองเห็นแล้วมีตัวชี้วัดออกมาได้ ทุกอย่างพิสูจน์ได้ว่าควรจะมาลงเพิ่ม คนอื่นมาลงเพิ่ม

End-Result: ผลตอบแทนที่จะได้คือ.. วันที่หนังสือพิมพ์ tv หรือ สื่อไปประโคมข่าว ว่า คนๆนี้เป็นคนที่สร้างพื้นฐานตรงนั้นให้สังคมนะ โดยที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนคือกลุ่มพวกนี้ คนนี้ได้ให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านที่ภัย tsunami และสามารถทำให้หมู่บ้านนี้ผลิตสินค้า OTOP เข้ามาขายได้แล้ว คนที่เห็นว่า ภาพของเด็กเล็กๆ และการที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป 3 – 5 ปีแล้วนี่ เป็นอย่างไร

What is next?: โจทย์วันนี้ก็เลยฝากให้ไปคิดต่อ ว่ากลุ่มคนหรือพรรคพวกที่คุณมีอยู่ ทำอะไรได้บ้าง พี่มี thaidonation.com มีงบประมาณส่วนหนึ่งที่จะให้สร้าง community สร้าง blog ทีนี้สิ่งที่อยากเห็นคือความคึกคัก อยากได้คนซัก 100 -200 คนในเบื้องต้น แต่ขอเป็นคนทำงานจริงๆนะ อย่างวันนึงเข้ามาครั้งนึง feel ที่เข้ามาให้เป็นแบบ entertainment ความสุข รอยยิ้ม สร้างสรรค์ สนุก เราจะมี step การทำงานเพื่อสร้าง community อย่างไร แล้วจะวางกลยุทธ์ทางการตลาดต่อไป