something we should already knew
What happen when you start to know something:
เกิดการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
- สายตาเป็นส่วนรับรู้กว่า 90% ของข้อมูลที่เข้ามา
- สิ่งที่เห็นเป็นวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้ แน่ล่ะ นั่นคือความรู้ที่สะสมมา
เกิดการประมวลผลความรู้เดิมๆ
- ความรู้ใหม่ๆ เกิดจากวิวัฒนาการของความรู้เก่าๆ ไปสู่จุดที่เราต้องการ หรือบางครั้งไม่ต้องการแต่เป็นปฏิกริยาอัตโนมัติของร่างกาย ดังนั้นจุดมุ่งหมายของการสร้างความรู้ บางครั้งเรากำหนดไม่ได้ เช่นความฝัน และพวก sixth sense
- ไม่แน่ใจว่าตอนเกิดมาจะมีความรู้เดิมๆ อยู่มากมายเท่าไหร่ มันสืบทอดมาจากอะไร สัญชาติญาณคืออะไร
กระบวนการจดจำ
- เราลืมสิ่งต่างๆ แทบจะโดยทันที แต่มีบางอย่างที่แปลกออกไป หรือผ่านการคัดเลือก แล้วเราจะจำมันได้นานเท่าไหร่... บางครั้งเราคิดว่าลืม แต่มันยังจำอยู่ แค่เราไม่รู้วิธีที่จะดึงมันออกมา
- กลไกการจดจำขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของความรู้ บางครั้งเราสามารถจำได้แบบชั่วคราว หรืออาจจะชั่วชีวิต กับคนที่สูญเสียความทรงจำ หากมีการสร้าง pattern การค้นหาที่ถูกต้อง อาจจะได้สิ่งเหล่านั้นกลับคืนมา
- บางครั้งการนึกถึงสิ่งต่างๆ ทำให้เราเห็นภาพ ภาพเคลื่อนไหว หรือได้ยินเสียง ได้รับความรู้สึก หรือได้กลิ่นสิ่งต่างๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะของความรู้ที่เก็บไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับวิธีการได้มาน่ะแหละ
การนำสิ่งที่จำไว้กลับมา
- อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าหลายครั้งสมองทำงานเป็นอิสระจากการควบคุมของเรา เราไม่สามารถสร้างคำสั่งในการดึงความรู้ทุกอย่างออกมาได้ บางครั้งเราเพียงมีความต้องการบางอย่าง ที่เหลือระบบประสาทอัตโนมัติจะช่วยดึงความรู้เหล่านั้นออกมา อย่าลืมว่าระบบที่ว่านี่มีความเร็วมากกว่าที่เราคิดได้ ในหลายครั้งวิธีการไปดึงเอาความรู้ออกมาเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ(เรารู้ได้จากผลการสืบค้น)
- ตอนนี้ผมพยายามนึกถึงกระบวนการต่างๆ จะเห็นว่าการพยายามนึก แปลว่าเราต้องการความรู้ที่ลึกมากขึ้น ใช่บางครั้งเราไม่สามารถคิดออก ถ้าเราไม่มีสมาธิหรือกระบวนการคิดที่ต่อเนื่องภายในเวลาที่กำหนด หรือเราอาจจะแค่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน
- เรามีวิธีการจดจำที่ซับซ้อน แต่วิธีการค้นหากลับซับซ้อนกว่า ผมยังเข้าใจว่าคนที่มีความเรียบร้อยกว่าในการจัดการข้าวของในห้องนอน น่าจะเป็นคนที่มีระเบียบในการจัดเก็บความรู้ในสมอง พร้อมให้ดึงออกมาใช้ได้ง่ายกว่า ไม่สับสน แต่อาจจะสูญเสียรายละเอียดไปพอสมควร
- ผมเคยจดจำเรื่องราวเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต และสนุกกับการฝึกที่จะดึงมันกลับมาเวลาที่ต้องการ ใช่ มันสนุก ถ้าคุณเลิกฝึกมันซักพัก ความทรงจำเหล่านั้นอาจจะหายไปตลอดกาล
นึกได้แล้ว ยังไงต่อ
- อย่างที่กล่าวไปว่าเวลาต้องการความรู้ สิ่งต่างๆ มากมายจะได้ออกมา แต่จะถูกกรองออกไปเหมือนกัน ตรงนี้สังเกตได้ง่ายเวลาที่ต้องการนึกอะไรบางอย่างที่เจาะจงเล่นชื่อลัทธิในประเทศจีน เราจะส่งคำสั่งค้นหาไปหลายครั้ง ทุกครั้งเราจะระบุไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ และแน่ล่ะถ้าผลลัพธ์ออกมาเยอะเกินไป...
- ได้ความรู้มาแล้วก็มีสองแบบ แบบแรกคือแสดงออก คิดออกปุ๊บพูดปั๊บ ประมาณนั้นคือส่งความรู้นั่นไปสู่กระบวนการการแสดงออก อีกแบบหนึ่งคือเอาไปใช้ต่อ ส่งไปสู่กระบวนการคิดต่อ แต่ยังไม่แสดงความรู้สึกหรือคำพูดออกมา
- การนำความรู้ไปคิดต่อเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการวิวัฒนาการทางความคิด เช่นเดียวกับสิ่งต่างๆ ที่เราพบเห็น มันมีวิวัฒนาการมามากมายแล้วเหมือนกัน
สุดท้าย เราได้อะไรจากความรู้
- เวลาเราตายไปความรู้มากมายก็จะสูญหายไป ความเชื่อของเราสอนว่าเราควรทำตัวเองให้มีคุณค่า (กับคนอื่น) เราก็มันหาวิธีถ่ายทอดความรู้ออกไป หรือนำมันไปใช้ประโยชน์ก่อนตาย นั่นที่เป็นเงื่อนไขการเรียนรู้ของเราด้วย
- การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ก็คือการสร้าง action ขึ้นจากความรู้ที่ผ่านการคิดแล้ว โดยอาจจะไม่ต้องทำเองแต่มีการสื่อให้คนอื่นทำ หรืออาจเอาออกมาเก็บไว้ในสื่อบางอย่างภายนอกสมอง
- แสดงว่ามีความรู้อื่นๆ ที่ไม่มีประโยชน์เก็บไว้ในสมอง? ก็คงใช่ แต่ความรู้ที่เราไม่รู้ประโยชน์ของมันโดยตรงส่วนนึงไปใช้สร้างจินตนาการ ความเชื่อ ความมุ่งมั่น หรือแม้แต่อารมณ์
* เมื่อเวลาผ่านไปความรู้มากมายอาจสูญหายไป แต่ความรู้ที่มีประโยชน์ต่างหากที่ได้ถ่ายทอดออกมาและสร้างวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ แม้ผมจะตายไปแล้วก็ตาม เรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเร่งวัวัฒนาการตรงนี้ ก็คิดว่าเราจะนำความรู้เหล่านี้ไปใช้อย่างมีประโยชน์เพื่อการอยู่รอดซึ่งกันและกันต่อไป.... ปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งคือพลังแห่งความดีที่จะกำหนดเป้าหมายของการใช้ความรู้ มันเป็นต้นเหตุของแนวความเชื่อ การกระทำ และการมีชีวิตอยู่ของคุณ.

