Sunday, February 11, 2007

Mechanism to change love to hate

คน​ ​อากาศ​ ​ต้นไม้​ ​สัตว์​ ​อุปกรณ์อิ​เล็ก​ทรอนิกส์​ ​เฟอร์นิ​เจอร์​ ​อาหาร​ ​และ​สิ่งต่างๆ​ ​ใน​สังคม​ ​เป็น​ตัวกลาง​ใน​การรับ​และ​ส่งผ่านพลังงานตาม​ "Flow of Energy" ​หัวข้อก่อนหน้านี้ที่อธิบายภาพรวม​ ​วันนี้​เรา​จะ​มา​เจาะลึกกระบวนการว่าหลัง​จาก​คนรับพลังงาน​ทั้ง​รัก​และ​เกลียด​แล้ว​เป็น​อย่างไรต่อไป​

​สมมติคุณเดินผ่านทะ​เลสาปสวยงาม​ ​กระบวนการทางเคมี​ใน​สมองเปลี่ยนแปลง​ ​ความ​รู้สึกเปลี่ยนแปลง​ ​ความ​เครียดลดลง​ ​พลังงาน​ความ​รัก​ได้​ถูกกระตุ้นขึ้นมา​ ​คนพร้อมที่​จะ​ส่งต่อ​ให้​คน​อื่น​ ​ใน​ทางกลับ​กัน​ ​หากมีคนมาว่าคุณ​ใน​สิ่งที่คุณ​ไม่​ได้​ทำ​ ​พลังงาน​ความ​เกลียดชัง​ได้​ถูกสร้างขึ้นมา​

​ล่าสุดก็​โดนว่ามา​เหมือน​กัน​ ​พลังงานเกลียดสะสมมากมาย​ ​เมื่อ​ไม่​ได้​ฝึกมา​ให้​สลายพลังงานเหล่านี้​ ​เรา​จะ​หาทางระบายออกแน่นอน​ ​โดย​ภาพรวม​แล้ว​จะ​เกิดสิ่ง​ไม่​ดีต่างๆ​ ​ตามมามากมาย​

​หลายคนบอก​ให้​คุณมองโลก​ใน​แง่ดี​ ​แปลว่า​ให้​คุณปรับ​ sensor ​ใหม่​ ​ให้​พลังงานเกลียดชังที่​ไม่​รุนแรงนัก​เป็น​พลังแห่ง​ความ​รัก​ ​คุณก็​จะ​ไม่​ค่อย​ได้​สะสมพลังงานลักษณะนี้​

​วันนี้คิด​ไม่​ออกแฮะ​ ​วิ​เคราะห์​ไม่​ค่อย​ได้​เลย​ ​ไว้​ค่อยมา​เขียน​ใหม่นะครับ

สืบเนื่องจากเมื่อวานซืน มีพลังงานความเกลียดถูกสร้างขึ้นมาในสมองมากมาย Block ความคิดอิสระ
ดีเลย ผมจะเอามันมาเล่าให้ฟัง

เวลาที่คุณคิดไม่ออก หรือแก้ปัญหาไม่ได้ดั่งใจ เหมือน Marat Safin เวลาตีไม่ได้ จากที่เคยทำได้
ผมพอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ แต่ถ้าคุณเข้าใจเรื่องนี้ล่ะก็ อาจจะไม่ต้องอารมณ์เสียขนาดนั้น

1. เมื่อคุณรับพลังงานกระตุ้น ไมว่าจะเป็นเกลียดหรือรัก ส่วนใหญ่จะเป็นเกลียด คุณจะตีความมันด้วยสมองและสิ่งแวดล้อมของสมอง การตีความนี้เป็นที่แรกที่ผมแนะนำให้คุณเข้ามาปรับเปลี่ยนมันให้เหมาะสมกับสิ่งที่คุณจะคิด

* เวลาสามีเครียดกลับบ้าน ถึงภรรยาจะให้ความรัก อาจจะถูกเปลี่ยนให้เป็นความเกลียด การดูถูก และอื่นๆ โดย มีวิธีการปรับเล็กน้อย ก่อนเข้าบ้าน ลอง reset ดู มันไม่หายหมดหรอก แต่คุณไม่มีทางลืมอยู่แล้ว ลองแกล้งหัดลืมบ้าง ปกติเราจะหัดแต่จำ ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีพื้นฐานมองโลกในแง่ดีก่อน ในสมัยก่อนเราคงมีประสบการณ์ที่ดีบนโลกนี้ฝังพฤติกรรมนี้ลง Gene

2. คุณปรับไม่สำเร็จ คุณได้สื่อพลังเกลียดออกไปแล้ว ทำให้สิ่งแวดล้อมที่ดูแย่ แย่ขึ้นไปอีก แต่คุณประเมินได้ว่ามันแย่ลง ที่ผมอยากจะแนะนำต่อไปคือลองลด Ego ตัวเอง ลดคุณค่าตัวเองลงไปมากๆ เฉพาะเวลานั้น อย่าไปยึดติดว่าคือคุณ หรือใคร คุณมีหน้าที่เพียงทำให้อะไรๆ มันดีขึ้นเท่านั้น ก่อนมันจะแก้ไขไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมองในแง่ดีว่าคนรอบข้างที่คุณเลือกคบด้วย หรือไปอยู่ด้วย น่าจะมีอะไรดีๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาก่อน อย่าคิดว่าเขาจะมาสร้างปัญหาก่อน การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการอยู่แล้ว

3. หากทุกอย่างดูเลวร้ายมาก และมันสายเกินไปแล้วในการที่คุณจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น ขอให้คุณหยุด และออกไปจากสิ่งแวดล้อมนั้นซะ แล้วอย่าคิดว่าตัวเองถูก เพราะคุณเพิ่งจะไปทำให้อะไรๆ ดูแย่ลงไป อย่างน้องก็มีคุณเป็นส่วนประกอบ สงบสติ แล้วลองลืมเรื่องต่างๆ ให้เวลาผ่านไปเล็กน้อย แล้วโทรไปขอโทษ หรือหาเวลาพูดคุยกันในเรื่องอื่นๆ แล้วค่อยๆ กลับมาแก้ปัญหาเก่าๆ โดยยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง แล้วคนอื่นก็จะมาช่วยคุณแก้ปัญหาเช่นกัน

ทั้ง 3 ขั้นตอนนี้มาจาก concept เดียวกันคือพยายามปรับสภาพในหัวคุณให้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพลังงานที่คุณรับมาเป็นพลังงานแห่งความรักและส่งออกไป
ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม น่าจะมีคนอยากให้อะไรๆ ดีขึ้นรอบๆ ตัวคุณมากมาย

ศาสตราจารย์อาจารย์ผมบอกว่า "Higher Expectation" มีผลมากกว่า 50% นั่นคือคุณอยากให้คนอื่นเป็นอย่างไร คุณแค่คาดหวังให้เขาเป็นแบบนั้น มีโอกาสเปลี่ยนเขาได้เยอะทีเดียว แต่คุณควรเข้าใจสภาพแวดล้อมในหัวคุณตลอดเวลานะ

0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

<< Home